สถานที่ชุมนุมของคนตระกูล " ยี่สาร" เชิญเข้ามาพูดคุย หรือฝากข่าวถึงกัน

เวบบอร์ดของคน ตระกูล " ยี่สาร"
ยินดีต้อนรับทุกท่าน

โปรดทราบกฏกติกาการใช้เวบบอร์ดนี้

1.เวบบอร์ดนี้ เป็นของครอบครัวยี่สาร ทุกท่านที่อยู่ในทุกจังหวัด และ ทุกประเทศทั่วโลก ได้ใช้เป็นช่องทาง
และพื้นที่ในการเข้ามาพูดคุย ส่งข่าวคราว ถึงกันอย่างเสรี

2.อนุญาติให้ใช้ภาษาถนัดของครอบครัวได้ แต่ห้ามให้คำหยาบคาย

3.สามารถโพสต์ได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ


4.การพูดคุยโปรดให้ความเคารพความคิดเห็นผู้ อื่นด้วย


5.หากต้องการ โพสต์ข้อความครั้งแรกต้อง
" ลงชื่อเข้าใช้"ก่อน ( อยู่ด้านขวามือ) ต่อไปก็เข้ามาด้วยชื่อนั้น
ไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ทุกครั้ง


6.เมื่อจะโพสต์ข้อความ ให้กดที่คำว่า
" ความคิดเห็น" ข้าง ล่างของแต่ละบทความ

7.ขณะนี้ได้เพิ่มเวบบอร์ดหน้า 2 แล้ว
หากจะกลับไปหน้า 1 ให้คลิ๊กที่ " บทความที่เก่ากว่า " เมื่อจะมาหน้า 2 ก็คลิ๊กทีี่่
" บทความที่ใหม่กว่า " อยู่ใต้กล่องที่พิมพ์ แสดงความคิดเห็น


ขอให้มีความสุขในการชมบล๊อกนี้ทุกท่าน



วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ทำบุญขึ้นบ้านใหม่อาต้อย


เมื่อวันพุธที่11 กรกฏาคม ที่ผ่านมา อาต้อย หรือ คุณสมจินตนา ยี่สาร ได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ในบริเวณบ้านเกิด ซึ่งก็คือบ้านของยายเรือน และ ก๋งเซ่ง นั่นเอง 

งานนี้มีญาติพี่น้อง และ เพื่อนร่วมงานมาช่วยงานกันคับคั่ง เชิญชมบรรยากาศกันได้เลยค่ะ 


ห้องพักผ่อน และรับแขก
















 ลุงกฤษ เอาขนมใส่ไส้ มาช่วยงาน

 พ่อค้าขนมใส่ไส้ 



 ทีมสีฟ้าสู้ สู้

 ขอให้บ้านนี้อยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองนะจ๊ะ


วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

“เมื่อฉันแก่ตัวลง” ฉบับครอบครัวยี่สาร

ได้รับเรื่องนี้จากเพื่อน และเห็นว่าน่าจะเป็นข้อเตือนใจสำหรับคนที่เป็นลูกทุกคน ทั้งที่อยู่ใกล้พ่อแม่และห่างไกลกับท่าน เพราะบ่อยครั้งที่เรามักลืมตระหนักถึงความรักของพ่อแม่ และอาจเผลอทำร้ายความรู้สึกของท่านโดยไม่ตั้งใจ....
เป็นเรื่องเล่าของลูกผู้ชายชาวจีนคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อเติบโตขึ้นต้องมีภารกิจเดินทาง และตั้งถิ่นฐานอยู่ไกลจากพ่อแม่ แต่ก็มักติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับแม่อยู่เสมอ...
แม่มักจะบอกเขาว่า“ไม่ต้องห่วงแม่”ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง... ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆ เขารู้ดีว่า แม่เริ่มคิดถึงเขามาก
จนกระทั่งปีนึง ที่แม่มีอายุครบ 75 เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่ โดยตั้งใจว่าจะอยู่ด้วยสัก 1 เดือน ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว
 พอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนเศษ แม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูก แม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ รื้อเอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่...สำหรับคนอายุ 75 เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย...
 พอลูกกลับถึงบ้าน ตอนอยู่บนเครื่องบิน เคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่ให้ชื่นใจสักครั้ง แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผอมแห้ง หน้าตาเหี่ยวย่น ช่างไม่เหมือนแม่ คนก่อนหน้านี้เลย...
แม่ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ โดยที่หาทราบไม่ว่า ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี รสชาติอาหารจึงแย่มากๆ บางจานก็เค็มจัด บางจานก็จืดสนิท 
ผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้ ทั้งหนาทั้งหยาบ ไม่สบายกายเลย...แม่หารู้ไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์ และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว แต่เขาก็ไม่บ่นอะไร เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อแม่จริงๆ
สองสามวันแรก แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ จนไม่มีเวลาพักผ่อน พอเริ่มได้พัก แม่ก็เริ่มพูดมาก สอนโน่นสอนนี่ พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น 10 กว่าปีก่อนก็เคยพูดแล้ว พอลูกบอกให้ฟังว่า ปรัชญาเหล่านั้นไม่ทันสมัยแล้ว แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม...
เหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เขาพบว่าสุขภาพแม่แย่ลงโดยเฉพาะสาย
ตา บางครั้งเขาพยายามชวนแม่ไปกินอาหารนอกบ้าน  แม่ก็บอก
อาหารข้างนอกไม่สะอาด

เมื่อเขาบอกแม่ว่า จะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคน  แม่ก็โวยวายว่า 
แม่เองยังสามารถทำงานได้...
 เขาเลยพูดไม่ออก พอเขาจะออกไปช้อปปิ้ง แม่ก็จะตามไปด้วย ทำเอาวันนั้นทั้งวัน ไม่ได้ซื้ออะไรเลย 
เมื่อเขาคุยกับเพื่อนในเรื่องทันสมัย... แม่ก็หาว่าพวกเขาเพี้ยน เขาก็เริ่มบอกแม่อย่างไม่ค่อยเกรงใจว่า แม่นี่มันสมัยใหม่แล้ว แม่ก็ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆ บ้าง... 
ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่ เขาเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้น แต่แม่ลูกเขาก็ไม่เคยทะเลาะกันนะ พอเขาขัดแม่ แม่ก็หยุดกึกลง ไม่พูดไม่จา นัยน์ตามีแววเหม่อลอย – โรคซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ ....
 ได้เวลาที่เขาจะเดินทางกลับ แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมา ในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัดเก็บไว้ ในช่วงที่เขาไม่อยู่ แม่เริ่มสนใจข่าวสารบ้านเมือง ทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดในจังหวัดนั้นๆ แม่จะต้องตัดข่าวเก็บไว้ ตั้งใจจะมอบให้เขา ตอนที่เขากลับมา แม่พูดอยู่เสมอว่า อยู่ไกลบ้านต้องระวังตัวให้มากๆ...
แม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบาก วางใส่ในมือเขาเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง มันหนักมาก เขาเริ่มรู้สึกลำบากใจ เพราะเขาไม่อยากนำกลับไป มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เขารู้ว่าแม่เก็บมันด้วยความยากลำบาก แม่สายตาไม่ค่อยดี ต้องใช้แว่นขยาย อ่านได้วันละ 2 หน้าก็เก่งแล้ว นี่ยังตัดเก็บได้ขนาดนี้...
 ทันใดนั้น มีข่าวแผ่นหนึ่งปลิวหลุดลงมา แม่รีบเอื้อมไปหยิบ แต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิม แม่กลับพับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเอง   
เขารู้สึกเอะใจ เลยถามว่า “แม่ นั่นกระดาษอะไร ขอผมดูหน่อยนะ” แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้น แล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที
เขาหยิบแผ่นข่าวนั้นขึ้นมาดู มันเป็นบทความบทหนึ่ง ชื่อว่า “เมื่อฉันแก่ตัวลง” ตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004 เป็นช่วงที่เขาเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกที บทความนี้คัดมาจาก นิตยสารฉบับหนึ่งของแม็กซิโก ฉบับเดือนพฤศจิกายน เขาอ่านบทความนั้น รวดเดียวจบทันที...





 





สุดท้าย...เท่าที่ทราบ ลูกชายก็ตัดสินใจไม่ขนสัมภาระบางอย่างกลับไป แต่ขนหนังสือพิมพ์ที่แม่เขาตัดไว้ให้ทั้งหมดไปด้วย...
 
ทุกคนทราบ ทุกคนรู้ดี ทุกคนเห็นด้วย พ่อแม่รักเรา...
แต่จะสักกี่คน...ที่สามารถดูแลท่านได้ดีเสมือนหนึ่ง
ที่ท่านได้ให้เรา หรือกระทำต่อท่านให้ดีกว่าที่เราได้รับ
 
ขอให้ลูกกตัญญูทุกคน....โชคดีมีความสุขตลอดไป


วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผจญภัย....ในกวางเจา



 โลกกลมทำให้ชีวิตการเดินทางของบางคนมาพบกันโดยบังเอิญ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เมื่อ29พค.ที่ผ่านมา 
ตอนจะขึ้นเครื่องบินไปกวางเจา ได้พบป้าการรอขึ้นเครื่องบิน ไปจางเจียเจี้ย ก็เลยได้ถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก 







ญาติอาวุโสคนหนึ่งเคยเรียนวิทยาลัยแพทย์ที่กวางเจา อยากไปพบเพื่อนเก่า ได้ชักชวน ญาติๆให้ไปเที่ยวด้วย ชายสูงอายุ3คนจึงได้ร่วมกันเดินทางไปเยือนกวางเจา ดินแดนแม่น้ำ ไข่มุก(จูเจียง)ที่งดงามยิ่งใหญ่ทันสมัยไม่แพ้ใคร  











พวกเราเดินทางไปกันเองไม่ได้ใช้บริการของ บริษัททัวร์แห่งใด ญาติบางคนคุยกันว่า”จะไปรอดไหมนี่?” หารู้ไม่ว่านักท่องเที่ยวชุดนี้ พอไปถึงกวางเจาเหมือนปล่อยเสือเข้าป่าปล่อยปลาลงน้ำ 






3กะเหรี่ยงสูงอายุเที่ยวกันอย่าง เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ฟ้าบันดาลสวรรค์หนุนนำให้มีผู้เมตตาและสาวกวางเจา พาเที่ยวอย่างชื่นมื่นมีชีวิตชีวาสุดๆ 
































กวางเจาเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่ง ตัวเมืองถนนกว้างใหญ่สะอาดสะอ้าน ข้างถนน มีต้นไม้และดอกไม้ดูสวยงามไปทั่ว ตึกอาคารสูงใหญ่มากมายน่าตื่นตาตื่นใจ สถานที่ท่องเที่ยว หลายแห่งน่าประทับใจ 






























นั่งรถเที่ยวถนนเลียบชายฝั่งแม่น้ำจูเจียงตลอดทางหลายกิโลเมตร จะเห็นความงดงามที่ให้ความสุขใจได้ดียิ่ง ย่านการค้าใหญ่โตมโหฬารเดินช็อปปิ้งอย่างเต็มอิ่ม ได้หลายวัน




 อาหารรสอร่อยมีหลากหลาย โดยทั่วไปทางร้านจัดให้แบบจานใหญ่กินจนแน่นท้อง


 เมื่อถึงกำหนดวันเดินทางกลับ ขอกล่าวคำว่าเซี่ยเซี่ย(ขอบคุณ)”กวางเจา” ที่ทำให้ชายสูงอายุ 3คนมีความสุขสำราญอย่างยากที่จะลืมเลือน และไจ้เจี้ยน(ลาก่อน)แม่คนงามทุกคนที่มากน้ำใจ ไมตรี...จนกว่าจะพบกันอีก!.....



คนท่าพุ่ง